|

1.ผู้ใดที่ทำข้อมูลเข้าในระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
ซึ่งเป็นข้อมูลของความมั่นคง หรือสร้างความตื่นตระหนกให้กับ
ประชาชน รวมถึงสร้างข้อ มูลลามก จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
5
ปี หรือปรับไม่เกิน
100,000
บาท หรือทั้งจำทั้ง
ปรับ และกรณีที่เป็นข้อมูลลามก หากเป็นภาพของบุคคลอายุไม่เกิน
18
ปี
จะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่
2-5
ปี ปรับ
40,000-100,000
บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
2.หากข้อมูลที่ทำขึ้นเป็นภาพของผู้อื่นที่มีการสร้างขึ้น
ตัดต่อ หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
3 ปี
หรือปรับไม่เกิน 60,000
บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
3.ผู้ใดทำให้ข้อมูลของผู้อื่นเสียหาย
โดยแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
5
ปี หรือปรับไม่
เกิน 100,000
บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ใดที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ
ขัดขวาง หรือรบกวน มีโทษ
จำคุกไม่เกิน 5
ปี หรือปรับไม่เกิน
100,000
บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
4.ทั้งนี้
หากการกระทำดังกล่าวทำให้ข้อมูลเสียหายจะต้องได้รับโทษจำคุกตั้งแต่
1-4 ปี
หรือปรับตั้งแต่
20,000-200,000
บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
5.หากระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เสียหายเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประเทศ
สาธารณะ ความมั่นคงประเทศ หรือ
บริการสาธารณะ ต้องระวางโทษจำคุก
3-5
ปี และปรับตั้งแต่
60,000-300,000
บาท
6.สำหรับผู้ที่ล่วงรู้ระบบของคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น
และนำไปเผยแพร่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
6
เดือน
หรือปรับไม่เกิน 10,000
บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
7.ส่วนผู้ที่เข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
1
ปี หรือปรับไม่เกิน
10,000
บาท หรือทั้งจำ
ทั้งปรับ
8.ผู้ที่ดักรับข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน
3
ปี หรือ
ปรับไม่เกิน 60,000
บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
9.นอกจากนี้
ยังมีการออกระเบียบต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา เช่น
การห้ามเยาวชนเล่นเกมคอมพิวเตอร์ หลังเวลา
22.00
น.
เพื่อจะนำมาบรรจุในกฎหมายฉบับเดียวกันนี้
จุดประสงค์ของกฎหมายฉบับดังกล่าว
เพื่อป้องกันการถูกละเมิด สิทธิโดยพวกแฮกเกอร์ที่เข้าไปเปลี่ยนแปลงระบบ
ข้อมูลคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือระบบข้อมูลของรัฐ
โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคง ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมความกันไม่ได้
เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่กระทบต่อประเทศชาติ

|