เรื่องเกี่ยวกับอาวุธปืนที่ตำรวจควรจะรู้ไว้
โดย
พ.ต.ท.สมศักดิ์ ณ โมรา
อาวุธศึกษา
นับเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่หลีเลี่ยงไม่ได้ ที่ผู้ฝึกยิงปืนจะต้องศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้ สำหรับระบบกลไกของอาวุธปืนพกประจำกาย ที่เรา
พกติดตัวอยู่เป็นประจำ หรือปืนพกรองก็เช่นกัน (ปืนที่พกซุกศ่อนบริเวณข้อเท้าด้านใน ด้านนอกหรือในกระเป๋า) ขออธิบายเฉพาะ 2 ระบบ
ที่เราใช้กันอยู่แพร่หลาย คือระบบรีวอลเวอร์ (หรือที่เรียกว่าปืนลูกโม่) และระบบกึ่งออโตเมติค
1.ปืนพกระบบรีวอลเวอร์ (หรือแบบลูกโม่) มี 2 ยี่ห้อที่ทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง
ระบบการทำงาน
ยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน (S&W)
ยี่ห้อโคลท์ (Colt)
1.การหมุนลูกโม่บรรจุกระสุน
หมุนทวนเข็มนาฬิกา
หมุนตามเข็มนาฬิกา
2.ที่ปลดโม่
ดันไปข้างหน้า
ดึงมาข้างหลัง
3.การปรับศูนย์
กลุ่มกระสุนกินซ้าย หมุนไปข้างหน้า
กลุ่มกระสุนกินขวา หมุนไปข้างหลัง
กลุ่มกระสุนกินซ้าย หมุนมาหลัง
กลุ่มกระสุนกินขวา หมุนมาหน้า
4.การเข้าโม่
ใช้ช่องว่างของโม่ทางซ้ายของกระสุน
ที่บรรจุ ดันให้ตรงกับรังเพลิง
ดันช่องว่างของโม่ทางขวา
ของกระสุนที่บรรจุให้ตรงรังเพลิง
หมายเหต
ุ :
ที่ปลดโม
่ จะอยู่ทางซ้ายของด้ามปืนบริเวณหลังโก่งไกทั้งสองยี่ห้อ
จุดปรับศูนย์ซ้ายและขวา
จะอยู่ที่เดียวกัน(การหมุนต่างกัน)คืออยู่บริเวณทางด้านขวาของแผ่นศูนย์หลัง และ
โปรดสังเกตุในข้อที่ 4
ในกรณีบรรจุใหม่ไม่ครบ 6 นัดในโม่ ให้ใช้ข้อพิจารณาในการเข้าโม่ หากมีการฝึกซ้อมที่ดีแล้ว ย่อมไม่เป็นปัญหา เพราะในสภาวะฉุกเฉิน เช่นการปะทะกันคนร้าย ผู้มีสติเท่านั้นที่จะมีชีวิตรอด
2.ปืนพกระบบกึ่งอัตโนมัติ(หรือแม้กกาซีน)
นับเป็นที่แพร่หลายอย่างยิ่งในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตำรวจหันมาใช้ระบบนี้กันมากทั้ง ๆ ที่การศึกษาพบว่าการยิงแบบฉับพลันหรือในสภาวะฉุกเฉินนั้นระบบรีวอลเวอร์ทำได้ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามหากเราหันมาศึกษาระบบกันจริงจังและทำความรู้จักกับปืนส่วนตัวของตัวเองให้มาก แทบจะไม่แตกต่างกัน ซ้ำจำนวนกระสุนปืนที่บรรจุได้จำนวนมากกว่า เพียงพอในการต่อสู้แต่ละครั้ง ขอยกตัวอย่างระบบการทำงานของบางยี่ห้อที่ใช้กันมากซึ่งระบบการทำงานใกล้เคียงหรือคล้ายกันมากดังนี้.
2.1 ยี่ห้อซิกซาวเออร์ (Sigsauer) และยี่ห้อสมิทแอนด์เวสสัน (S&W)
การทำงานของปืนสองยี่ห้อนี้จะคล้ายกันตรงที่เมื่อนำซองกระสุน(แมกกาซีน) ที่บรรจุกระสุนแล้วเข้าไปในตัวปืน แล้วกระชากลำเลื่อนมาด้านหลังจสุดแล้วปล่อย
(ตอนนี้มีกระสุนไปนอนรอเราอยู่ในรังเพลิงจำนวน 1 นัดแล้วนะจะบอกให้???)
จะ
เหมือนกันที่การลดนก
คือให้มองไปที่เซฟที่อยู่ทางซ้ายมือ(หรือบางยี่ห้อจะมีทั้งซ้ายทั้งขวา) ตำแหน่งจะอยู่เหนือจุดแดง ให้ปลดเซฟตัวนั้นมาให้ทับจุดแดง จะได้ยินเสียงลดนกค่อนข้างดัง (นกสับลดจากตำแหน่งง้างมาอยู่ในตำแหน่งปกติ คืออยู่ชิดกับตัวปืนบริเวณใต้ศูนย์หลัง)
การยิงนัดแรก
ของสองยี่ห้อนี้จะเป็นแบบ
ดับเบิ้ลแอคชั่น
(น้ำหนักไกจะหนักกว่าปกติ) หลังจากนั้นใน
นัดที่สองไปจนถึงนัดสุดท้าย จะเป็นแบบซิงเกิ้ลแอคชั่น
(น้ำหนักไกจะเบา) แต่ทั้งนี้ท่านจะต้องปลดเซฟไปข้างบนจนเห็นจุดสีแดงเสียก่อนจึงจะยิงนัดแรกได้ การยิงระบบนี้ (พึงจำ) ว่าหากยิงเสร็จ ให้รีบเคลียร์ปืนทันที เป็นลำดับขั้นดังนี้
(1) ปลดซองกระสุนออกจากตัวปืน
(2) กระชากลำเลื่อนใหห้เห็นว่ารังเพลิงไม่มีกระสุนแล้วจึงปล่อย จากนั้นให้หันปากกระบอกปืนไปยังที่ปลอดภัยจึงลั่นไกเพื่อลดนก
(3) เก็บอาวุธปืนใส่ไว้ในซอง
2.2 ยี่ห้อ Colt และยี่ห้อ CZ
การทำงานเหมือนกันทุกอย่าง บรรจุกระสุนเข้าไปในรังเพลิงแล้ว
(1) ตำแหน่งที่ปลดเซฟ เมื่อดันมาเปิดจุกแดงแล้วนกสับจะอยู่ในลักษณะง้างรอ
(2) การลดนกจะกระทำได้เมื่อปลดเซฟให้เห็นจุดแดงแล้วทำดังนี้
-ใช้นิ้วชี้ทางซ้ายวางอยู่ระหว่างนกสับกับเข็มแทงชนวน
-ใช้นิ้วชี้ขวาลั่นไกให้นกสับปะทะนิ้วชี้ซ้าย
-จากนั้นค่อยๆ เอานิ้วชี้ซ้ายออกจากร่องอย่างระมัดระวัง ปืนสองยี่ห้อนี้ไม่นิยมลดนก เพราะจะช้าคอนยิงนัดแรก ที่นิยมคือขึ้นลำปืนแล้วเซฟเมื่อชักปืนจะยิงให้ปลดเซฟแล้วยิงแบบซิงเกิ้ลแอคชั่นได้ทันที (ต้องฝึกนะครับจึงจะยิงได้เร็ว หากไม่ฝึกคนร้ายต้องยิงเสียก่อนแน่เลย)
(3) การยิงนัดแรกของปืนพกสองยี่ห้อนี้ จะต้องง้างนกก่อนแล้วตรวจดูว่าปลดเซฟอยู่ในตำแหน่งใด หากเห็นจุดแดงแล้วยิงได้เลย
ข้อสังเกต
ุ
: ปืนสองยี่ห้อนี้ตั้งแต่นัดแรกจนถึงนัดสุดท้ายในแม้กกาซีน จะเป็นการยิงแบบซิงเกิลแอคชั่น (คือง้างนกทั้งหมด)
อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการฝึกซ้อมยิงปืน
ที่ผ่านมาในแต่ละปีมีตำรวจถูกยิงเสียชีวิตจากกระสุนปืนของคนร้ายไม่น้อย และบางคนถูกคนร้ายแย่งปืน และต้องตายเพราะปืนประจำกายของตนเอง เป็นที่น่าเสียดายมากที่ต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้ เหตุเพราะขาดการฝึกทักษะ ทั้งลักษณะการยิงแบบฉับพลัน(โดยไม่ต้องเล็ง) และการฝึกในสนามยิงปืน อุปกรณ์ที่จะกล่าวต่อไปนี้เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นควรมีในขณะฝึกซ้อมยิงปืน
1. แว่นตา
สีดำหรือสีชาเข้มใช้ในโอกาสที่ฝึกซ้อมในพื้นที่โล่งแจ้ง หรือแดดจัด สีเหลืองใช้ในขณะพลบค่ำหรือกลางคืน สีขาวใช้ในขณะฟ้าปิดหรือแดดไม่จัด
คุณประโยชน์ของแว่นตา คือช่วยกันฝุ่นเคมีที่เกิดจากการยิงปืนไม่ให้ปะทะใบหน้าหรือดวงตาซึ่งอาจเป็นอันตราย
2. ที่ครอบห
ู ใช้ใส่ขณะปฏิบัติการจริงหรือฝึกซ้อมก็ได้ ช่วยลดความถี่ของเสียงให้ต่ำลง ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อประสาทหูส่วนกลาง (เดี๋ยวจะเป็นโรคหูตึงก่อนแก่ จะหาว่า พ.ต.ท.สมศักดิ์ ไม่เตือนไม่ได้เน้อ) หากเบี้ยน้อยหอยน้อยไม่มีที่ครอบหูก็หาสำลีชุบน้ำบิดหมาดๆ อุดไว้ที่รูหูก็ยังพอช่วยได้บ้าง แต่เมื่อซ้อมยิงเสร็จแล้วอย่าลืมเอาออก กลับถึงบ้านเดี๋ยวไม่ได้ยินเสียงเมียบ่น
3. หมวกแก๊ป
ช่วยลดแสงในแนวดิ่ง ทำให้ตาของท่านเคลียร์ศูนย์ปืนได้อย่างรวดเร็ว สามารถยิงปืนนัดแรกได้อย่างหหนักหน่วง รวดเร็วและแม่นยำ
4. เข็มขัด
ไม่จำเป็นต้องแพง (เข็มขัดที่ใช้กับเครื่องแบบนั่นแหละ ไม่ต้องเสียตังค์อีก) เพียงช่วยพยุงซองปืนและซองกระสุนก็พอ
5.ซองปืน
ซองที่ดีควรกระชับแนบติดเอว เมื่อบรรจุปืนในซอง โก่งไกควรพ้นจากตัวซองปืน
6. ซองใส่ซองกระสุนหรือซองใส่แม้กกาซีน
ลำดับขั้นตอนการยิงปืน
1. การจับด้าม
1.1 จับด้ามมือเดียว
เริ่มจากทำมือที่ถนัดเป็นรูปตัววี นำด้ามปืนด้านหลังส่วนที่อยู่ใต้ศูนย์หลังวางไปที่ก้นตัววี จากนั้นจึงรัดนิ้วกลางและนิ้วนางเข้าไปที่หน้าด้ามปืน ออกแรงรัดให้พอกระชับ อย่าแน่นเกินไป ส่วนนิ้วก้อยวางทาบไว้เฉยๆ ไม่ต้องออกแรง มือที่จับปืนจะตึงสองจุด คือจุดร่องตัววี และส่วนบนของนิ้วกลางที่อยู่ใต้โก่งไก นิ้วชี้เป็นอิสระ ทาบไปตามโก่งไกในลักษณะที่ชี้ไปข้างหน้า ข้อศอกให้ตึงไม่งอเหมือนบานพับ แล้วตรวจดูว่าศูนย์หน้า ศูนย์หลัง ข้อมือ ข้อศอก และหัวไหล่ เป็นแนวเส้นตรงหรือไม่ หากไม่ตรงก็ขยับให้เป็นเส้นตรงให้ได้
1.2 การจับด้ามสองมือ
เริ่มทำจากข้อที่ 1.1 จากนั้นจึงนำมือที่ไม่ถนัดทำเป็นรูปคีม โดยนิ้วชี้ถึงนิ้วก้อยเรียงชิดติดกัน ประกบไปที่ด้านหน้าของด้ามปืน และส่วนบนของนิ้วชี้จะต้องชิดกับใต้โก่งไก ออกแรงบีบพอประมาณ มือที่จับด้ามตามข้อ 1.1 ออกแรงด้นไปข้างหน้า ส่วนมือตาม 1.2 ให้ดึงมาข้างหลังเบาๆ พอประมาณ (เรียกว่าทั้งดึงและดันไปพร้อมๆ กัน) ส่วนข้อศอกทั้งสองตึง
2. การยิงปืน
2.1 ยืนยิงมือเดียว
จับด้ามตามข้อ 1.1 เท้าด้านที่มือจับด้ามอยู่ข้างหน้า เท้าอีกข้างให้อยู่ด้านหลังทางซ้ายประมาณช่วงไหล่ มือที่ไม่จับด้ามต้องล๊อคอยู่ที่สะเอวหรือหูกางเกงเพื่อรักษาสมดุลย์ของร่างกาย เมื่อยกปืนขึ้นเล็งจะทำให้ปืนนิ่งเร็ว และยิงได้อย่างฉับไว
2.2 ยืนยิงสองมือ
จับด้ามตามข้อ 1.2 คนที่ถนัดขวาใช้เท้าซ้ายนำ ส่วนเท้าขวาแยกออกไปทางขวาประมาณช่วงไหล่ เท้าขวาอยู่ต่ำกว่าเท้าซ้ายประมาณครึ่งฝ่าเท้า ส่วนล่างของร่างกายตั้งแต่เอว ถึง เท้าย่อเข่าลงพองาม จากนั้นร่างกายส่วนบน ศรีษะถึงเอว ให้โน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อรับแรงสะท้อนถอยหลังหลังการยิง และไม่ทำให้ผู้ยิงหงายหลัง หรือถอยหลังขณะยิง
3. การจัดศูนย์
นำศูนย์หน้า (รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงสูง) มาวางไว้ที่กึ่งกลางบากศูนย์หลัง (ตัวยูเหลี่ยม) ส่วนสูงของศูนย์หน้าและศูนย์หลังเป็นแนวเดียวกัน ว่องไฟซ้ายและขวาต้องเท่ากัน
4. การเล็ง
4.1 การเล็งจ
ี้ เป็นการเล็งปืนไปที่จุดที่ต้องการยิงหลังการจัดศูนย์ โดยกลุ่มกระสุนปืนจะตกอยู่ประมาณส่วนบนของศูนย์หน้า การเล็งแบบนี้เป็นที่นิยมกันมากทีเดียวในหมู่ของผู้มีหน้าที่ห้องกันปราบปราม
4.2 การเล็งแบบนั่งแท่น
เป็นการเล็งปืนหลังการจัดศูนย์ โดยประมาณว่ากลุ่มกระสุนปืนจะต้องตกอยู่สูงกว่าการเล็งจี้ นิยมในหมู่นักกีฬายิงปืน
5. การมองศูนย์
นับว่าจำเป็นอย่างยิ่งในการยิงปืน จะต้องมองไปที่ศูนย์หน้าและโฟกัสให้คมชัดพร้อมจัดศูนย์ตามข้อ 3.ให้ได้
6. การหายใจ
ให้หายใจยาวและช้ากว่าปกติทั้งหายใจเข้าและหายใจออก เนื่องจากว่าร่างกายก่อนทำการยิงจะต้องนิ่ง เพื่อให้ศูนย์นิ่งเร็วและนาน ปกติจะลั่นไกตอนหายใจออก
7. การลั่นไก
ทำให้เป็นลำดับขั้นตอนดังนี้
7.1 ส่งแรงนิ้วชี้ไปที่หน้าไกปืน
7.2 แรงที่ส่งไปนั้นต้องสม่ำเสมอ
7.3 แรงนั้นต้องขนานกับพื้นและวิ่งเข้าหาตัวผู้ยิง
การเก็บรักษา การบำรุงรักษาอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนและอุปกรณ
์
1. การเก็บรักษา
อาวุธปืนควรเก็บไว้ที่มิดชิด อากาศแห้ง และไกลมือเด็ก เครื่องกระสุนปืนก็เช่นกัน เพราะดินปืนที่บรรจุอยู่ในกระสุนปืนหากได้รับความชื้นสะสมทุกวันก็ทำให้เสื่อมสภาพได้เร็ว การเผาไหม้ไม่เต็มที่หัวกระสุนปืนที่ยิงออกไปก็จะลดสมรรถนะไปด้วย หรือด้านไปเลยก็มี ขอแนะนำให้เอาน้ำยาทาเล็บที่เป็นสีใสหรือสีอ่อน (ขโมยของเมียนั่นแหละ)ทาบริเวณจานท้ายปลอกกระสุนปืนสามารถกันกระสุนด้านและเก็บได้นานทีเดียว ผู้เขียนเคยทาเมื่อ 15 ปีที่แล้ว กระสุนยังร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิงได้ทุกนัด) อุปกรณ์ก็เช่นกันทำความสะอาดก่อนเก็บ
2. การบำรุงรักษาอาวุธปืนและซองกระสุน
อาวุธปืนหลังการยิงเสร็จสิ้นทุกครั้ง ต้องถอดออก(กึ่งอัตโนมัติ) ล้างลำกล้องให้สะอาด ในเกลียวลำกล้องต้องไม่มีเศษตะกั่วติดอยู่ ส่วนครอบบนก็ล้างให้สะอาด (ใช้น้ำมันล้างหรือชะโลมปืนโดยเฉพาะ) ปืนลูกโม่ ทำความสะอาดง่ายไม่ต้องถอด สำหรับซองบรรจุกระสุนควรมีอย่างน้อยสองซองต่ออาวุธปืนหนึ่งกระบอก (สามได้ยิ่งดี) ป้องกันการล้าของสปริงส่งกระสุน(สะปริงล้ามากกระสุนติดขัดได้เพราะไม่มีแรงส่ง)ซองที่เป็นสำรองบรรจุกระสุนให้ขาดซักหนึ่งหรือสองลูก หรือถอดกระสุนออกให้พักบ้าง
บทส่งท้าย
ข้อมูลนี้สำหรับคนที่เป็นตำรวจได้รู้มาแล้ว เรียนมาแล้วทั้งนั้น แต่เมื่อนานๆ ไปมักละเลยในการปฏิบัติ ถ้าอ่านบทความนี้แล้วขอให้ปฏิบัติตามด้วยจะเป็นประโยชน์ต่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ไม่ใช่ของผู้เขียนหรอก สำหรับบุคคลทั่วไป หวังว่าเป็นประโยชน์และนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติได้ดีพอสมควร
ขอเตือนสติอีกเล็กน้อยว่า เมื่อจับปืนทุกครั้งอย่าลืมกฎแห่งคงามปลอดภัย และ
1. อย่าถามหรือคิดว่ามีกระสุนปืนในรังเพลิงหรือไม่ แต่
จงนึกไว้เสมอว่ามีกระสุนอยู่ในรังเพลิงอย่างน้อย 1 นัดเสมอ
2. อย่าเล็งปืนไปที่คน สัตว์
เว้นแต่ตั้งใจจะยิงเท่านั้น
3.
ก่อนทำความสะอาดปืน
สำหรับปืนกึ่งอัตโนมัติต้อง
ถอดซองบรรจุกระสุนออก ดึงลูกเลื่อนและสับไกก่อน
ปืนลูกโม่ ให้เปิดลูกโม่ออกแล้วตรวจดูทุกครั้ง
*************************************************
ขอให้ท่านโชคดี
*************************************************
**********************************************
พ.ต.ท.สมศักดิ์ ณ โมรา
**********************************************
23 มิ.ย. 2548