รู้เท่าทันขบวนการโจรก่อการร้าย 

 

        กรณีเหตุการณ์เมื่อ 5 กรกฎาคม 2548 ด.ต.สัมพันธ์  อ้นยะลา  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.ยะรัง จว.ปัตตานี ถูก
กลุ่มโจรก่อการร้ายฆ่าและตัดคอ(ดูรายละเอียดจากปฏิทินการก่อการร้ายที่หน้าหลักของเว็บไซท์นี้) เป็นการกระทำที่
เหี้ยมโหดปราศจากมนุษยธรรมเป็นอย่างยิ่ง

        โดยการนำของท่าน พล.ต.ท.อดุลย์  แสงสิงแก้ว  ผบช.ภ.9/ผบ.ศกป.ตร.สน. ท่าน พล.ต.ต.วรพงษ์  ชิวปรีชา
รอง ผบช.ก./รอง ผบ.ศปก.ตร.สน. และท่าน พล.ต.ต.วีระยุทธ  สิทธิมาลิก  รอง ผบช.ภ.
9 สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้
คือนายการียา  โต๊ะเห็ง  ซึ่งเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุวางเพลิงกลางเมืองยะลาพร้อมกัน 31 จุดเมื่อวันที่
14 กรกฎาคม 2548 (ดูรายละเอียดย้อนหลังได้จากปฏิทินการก่อการร้ายที่หน้าแรกของเว็บไซท์นี้)
        จากการใช้อำนาจควบคุมตัวนายการียาฯไว้ทำการสอบสวนตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548   ทำ
ให้มีการสอบสวนจนได้ความว่านายการียาฯอยู่ในขบวนการแบ่งแยกดินแดน(ขบวนการกู้ชาติปัตตานี)ซึ่งมีประวัติว่า
เรียนหนังสือจบจากโรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ อ.ยะรัง จว.ปัตตานี แล้วเรียนต่อด้านศาสนาที่ โรงเรียนธรรมวิทยา
มูลนิธิ แล้วถูกชักจูงเข้าร่วมขบวนการ จากการสอบสวนขยายผลสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้อีก 7 คน และออก
หมายจับอีกหลายคน

        ขอสรุปพฤติกรรมของขบวนการดังกล่าวได้ดังนี้
        
1.มีการชักจูง กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่โดยกลุ่มอุสตาซ(ครูสอนศาสนา หัวรุนแรง) มีการล้างสมอง ฝึกฝนการก่อการร้าย
และทำพิธีซูเปาะ(สาบานตนว่าไม่เปิดเผยความลับของขบวนการ)
        2.ผู้ผ่านการล้างสมองและผ่านการฝึกแล้ว จะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ 4 ฝ่าย คือ

(1)ฝ่ายทหาร มีหน้าที่ก่อการร้ายทุกรูปแบบ เช่นลอบยิงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ ลอบวางเพลิงสถานที่ต่างๆ
วางระเบิด โจมตีหน่วยที่ตั้ง วางตะปูเรือใบตามเส้นทาง ซุ่มยิง ตามแบบกองโจรโดยหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
(2)ฝ่ายเปอร์มูดอร์ ทำหน้าที่ครูฝึก ชักชวนหาแนวร่วม บรรยายปลุกระดม
(3)ฝ่ายการเงิน มีหน้าที่หาเงินหารายได้มาเข้าขบวนการ โดยรวบรวมเงินจากสมาชิก และรายได้อื่นๆที่ผิดกฎหมาย รวม
อาศัยเงินจากมูลนิธิ หรือองค์กรอื่น
(4)ฝ่ายการเมือง ทำหน้าที่วิเคราะห์ วางแผน การข่าว ต่อต้านข่าวกรอง เช่นปล่อยข่าวลวง ปล่อยข่าวให้ประชาชนเกลียดชัง
รัฐบาล เจ้าหน้าที่ของรัฐ
         และจากเหตุการณ์สองเหตุการณ์คือการใช้อาวุธปืนสงครามลอบยิงโต๊ะครูที่บ้านละหาน อ.สุไหงปาดี จว.นราธิวาส
โดยคนร้ายแต่งกายชุดเขียวคล้ายทหาร และออกข่าวให้แพร่สะพัดในพื้นที่ว่าเป็นการกระทำของทหาร เพื่อให้ประชาชน
เกลียดชัด หวาดระแวงเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ไม่ให้ความร่วมมือ หากประชาชนไม่สามารถวิเคราะห์หรือแยกแยะได้ ย่อมเกิด
ปัญหาอย่างแน่นอน และเหตุการณ์ที่คนไทยจำนวน
131 คนลักลอบเข้าประเทศมาเลเซีย แล้วปล่อยข่าวว่าประชาชนเหล่านั้น
ไม่สามารถอยู่ในประเทศไทยได้เนื่องจากการปราบปรามและสาเหตุจากการประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน
ของรัฐบาล เหล่านี้เป็นต้น ล้วนเกิดจากการกระทำจากฝ่ายการเมืองของขบวนการก่อการร้ายทั้งสิ้น  ซึ่งเราต้องรู้เท่าทัน
และจำเป็นที่จะต้องมีการชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนและประชาคมโลกโดยเร็ว
          

***********************

                                            

พ.ต.ท.สมศักดิ์  ณ โมรา   เขียน 8 ก.ย.2548